ประวัติความเป็นมาของปืนยอดนิยม GLOCK

ในปี ค.ศ.1980 กระทรวงมหาดไทยของประเทศออสเตรีย ต้องการหาปืนประจำการแบบใหม่มาทดแทนปืนรุ่นเก่า ๆ ที่ใช้กันอยู่เดิม โดยได้ออกข้อกำหนดสำหรับปืนที่จะเข้ารับการพิจารณา ต้องมีคุณสมบัติสำคัญรวม 17 ประการ อาทิเช่น ใช้กระสุนขนาด 9 ม.ม.หรือ 9×19 NATO, เป็นปืนที่บรรจุกระสุนได้เองคือ AUTO LOADING, มีระบบความปลอดภัยปืนตกแล้วจะไม่ลั่น, มีความทนทาน บำรุงรักษาง่าย ฯลฯ ซึ่งบริษัท GLOCK ได้เสนอตัวเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนั้น ด้วยการออกแบบปืน GLOCK 17 ซึ่งเป็นปืนโครงโพลีเมอร์ โดยได้ผ่านข้อกำหนด 17 ประการ อีกทั้งยังผ่านการทดสอบแบบสุดโหดหรือ TORTURE TEST จนชนะการประเมินได้ในปี ค.ศ.1982 และทางการได้สั่งซื้อปืน GLOCK ล๊อตแรก จำนวน 25,000 กระบอกเข้าประจำการตั้งแต่นั้นมา ซึ่งนับเป็นการจุดประกายเริ่มต้นตำนานแห่งความยิ่งใหญ่ของ GLOCK ซึ่งได้กระจายไปทั่วทุกมุมโลก โดยเริ่มตั้งแต่ประเทศนอร์เวย์, ประเทศสวีเดนที่รับปืน GLOCK เข้าประจำการ ปัจจุบันขยายไปจนถึงขั้นมีโรงงานที่อเมริกา และในที่สุดปืน GLOCK ก็ได้ขึ้นทำเนียบอาวุธปืนในสต๊อกของกองกำลัง NATO มีเลขระหัสประจำตัวคือ 1005-25-133-6775 ถือเป็นปืนที่ยอมรับของนานาชาติแล้วครับ

พัฒนาการของปืน GLOCK

GEN 1 จากปืนรุ่นบุกเบิกที่ได้ส่งเข้าประกวด คือ GLOCK 17 ซึ่งถือว่าเป็น รุ่นลำดับแรกที่ฝรั่งเรียกว่า FIRST GENERATION หรือถ้าเรียกย่อ ๆ ก็จะเป็น GEN 1 นั่นเอง แต่เขายังไม่เรียกว่า GEN 1 แต่จะมาเรียกลำดับต่อ ๆ มา คือ เริ่มเรียกตั้งแต่ GEN 3 เป็นต้นไป

ตัวนี้คือปืนรุ่นบุกเบิกที่ทำชื่อเสียงให้แก่ GLOCK ปกติเขาก็จะไม่เรียก GEN 1

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

GEN 2 เริ่มเมื่อปี ค.ศ.1988 โดยมีการปรับปรุงร่องบากหน้าด้ามและหลังด้าม และเปลี่ยนชุดสปริงไกด์รอดจากเดิม 2 ชิ้น มารวมเป็นชุดชิ้นเดียวกันในปี ค.ศ.1991 และมีการปรับปรุงสปริงและลิ้นแม็กกาซีนอีกเล็กน้อย

รุ่นที่ 2 หรือ GEN 2 มีร่องบากหน้าด้ามและหลังด้าม สปริงและไกด์รอดรวมเป็นชุดเดียวกัน

GEN 3 พอถึงปี ค.ศ.1998 มีการเพิ่มรางใต้ลำกล้อง เพื่อติดไฟฉายหรือเลเซอร์ได้ เพิ่มร่องที่พักนิ้วหัวแม่มือทั้งสองข้างและทำร่องนิ้วที่โครงปืนด้านหน้าด้วย และเริ่มมีการเรียกขานชื่อรุ่นด้วยคำว่า GEN 3 หลังจากนั้นมีการปรับปรุงเพิ่มอีกเล็กน้อย คือ ขอรั้งปลอกกระสุนจะทำหน้าที่เป็นตัวเตือนมีกระสุนในรังเพลิงด้วย มีการเพิ่มหมุดขวางยึด CENTRAL BLOCK กับโครงปืนอีก 1 ตัวตรงเหนือไกปืน(ถ้ามองด้านข้างเหนือไกปืน จะเห็นมีหมุดขวาง 2 ตัว) นอกจากนั้นในรุ่นนี้ยังเริ่มมีการทำโครงปืนสีอื่นนอกจากสีดำด้วยคือสี OLIVE DRAB และในปี 2002 บริษัทได้เปิดสายพานการผลิตปืนขนาดกระสุน .40 S&W คือ GLOCK 22 ออกมาขายด้วย

รุ่นนี้เริ่มมีการเรียกชื่อว่า GEN 3 มีรางไฟฉายใต้ลำกล้อง มีที่พักนิ้วหัวแม่มือ และมีร่องนิ้วด้านหน้าด้ามด้วย

GEN 4 เริ่มในปี ค.ศ.2010 ในงาน SHOT SHOW บริษัทได้แนะนำปืนรุ่นใหม่โดยเน้นที่รูปทรงและชุดรีคอยล์สปริงแบบใหม่ที่ใช้ในปืน GLOCK 17 และ GLOCK 22 โดยตัวโครงปืนได้ปรับปรุงเนื้อวัสดุและร่องบากกันลื่นแบบใหม่ พร้อมทั้งหลังด้ามที่สามารถถอดเปลี่ยนขนาดได้ และในรุ่นนี้ได้มีการสลักตัวหนังสือคำว่า GEN 4 ไว้บนสไลด์ด้วย สรุปการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดใน GEN 4 มีดังนี้* ทรงด้ามเล็กลงนิดหน่อย* ขยายปุ่มปลดแม็กกาซีนและออกแบบให้สลับปุ่มไปข้างซ้ายหรือข้างขวาก็ได้* แม็กกาซีนของปืนรุ่นนี้จึงต้องบากช่องล๊อคทั้งสองด้านเพื่อรองรับการย้ายข้างปุ่มปลด* ปรับรีคอยล์สปริงเป็นแบบ 2 ชั้น ซึ่งเคยใช้ได้ผลดีมาก่อนแล้วใน GLOCK 26 และ GLOCK 30การปรับปรุงปืนใน GEN 4 นี้ดำเนินมาจนถึงปีกลาง ค.ศ.2010 จึงเริ่มนำมาปรับปรุงในรุ่น GLOCK 19, 23 และติดตามมาด้วยรุ่น GLOCK 26, 27 ตอนปลายปีเดียวกัน เรียงตามลำดับ

รุ่นนี้ GEN 4 มีการปรับปรุงลวดลายกันลื่น แต่ที่เห็นได้ชัดเจนคือ หลังด้ามสามารถเปลี่ยนขนาดได้

GEN 5 เริ่มในปี 2017 มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรุ่นนี้ ทำให้ชิ้นส่วนหลายชิ้นในรุ่นก่อน ๆ ไม่สามารถนำมาใช้เปลี่ยนในปืนรุ่นนี้ได้นะครับ โดยมีสองรุ่นยอดนิยมที่ผลิตออกมาลองตลาดก่อนคือ GLOCK 17 และ GLOCK 19 โดยปืนในรุ่น GEN 5 ได้ปรับส่วนต่าง ๆ ดังนี้* มีคันค้างสไลด์ให้ทั้งสองด้าน* ลำกล้องได้รับการปรับปรุงผิวและร่องเกลียวภายใน* มีรอยเว้าหลังโกร่งไกให้สอดนิ้วสะดวกแบบปืน 1911* ผายปากบ่อแม็กกาซีน* ทำส้นแม็กกาซีนยื่นออกมานิดหน่อย* เอาหมุดขวางที่อยู่เหนือไกปืนออกไป (เหลือเพียงอันเดียว)

GEN 5 มีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ มีคันบังคับทั้งสองข้าง ดังนั้นชิ้นส่วนของ GEN อื่นหลายอย่าง จะไม่สามารถนำมาใช้กับปืนใน GEN 5 ได้

ที่มา : GLC 2019 ชมรมคนรักปืน แปลและเรียบเรียงโดย K.SUPORNSINCHAI

*** แจ้งเพื่อทราบ ***

1. ไม่ได้จำหน่ายอาวุธปืนทุกชนิด

2. นำความรู้ และรายละเอียดมาเผยแพร่เท่านั้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: Content is protected !!