“ปืนอีโบ๊ะ” ปืนไทยประดิษฐ์ที่มีประวัติมาอย่างยาวนาน

เนื่องจากสมัยก่อน ผืนป่าใน จ.อุทัยธานี มีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้มีสัตว์ป่าชุกชุม ชาวบ้านจึงมีความคิดที่จะผลิตอาวุธปืนขึ้น เพื่อใช้ล่าสัตว์มาเป็นอาหาร แต่สมัยนั้นผู้ที่จะมีอาวุธปืนได้ต้องเป็นเจ้าหน้าที่เท่านั้น

ผู้ใหญ่ปราชญ์ กับลูกบ้านซึ่งพอมีฝีไม้ลายมือทางช่างอยู่บ้าง จึงรวมกลุ่มกันใช้ความสามารถที่มี ดัดแปลงผลิตปืนยาวยุคแรก แบบใช้แก๊ป หรือที่เรียกกันว่า ปืนแก๊ป เพื่อใช้ล่าสัตว์ ขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นได้ดัดแปลงพัฒนาเรื่อยมา จนกลายมาเป็นปืนสั้นแบบยิงนัดเดียว สามารถพกพาได้ หรือที่นักนิยมปืนเถื่อน มักเรียกกันว่า“ลูกซองสั้น หักลำ” หรือ “อีโบ๊ะ” ซึ่งนิยมนำไปใช้กับกระสุนของปืนลูกซองยาว ขนาด เบอร์ 12 หรือเบอร์ 20

ส่วนราคาของ “อีโบ๊ะ” เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ซื้อหากันได้ในราคาไม่เกินกระบอกละ 300-500 บาท แต่เนื่องจากปืนประเภทนี้ สามารถยิงได้เพียงครั้งละ 1 นัด จะยิงนัดใหม่ ต้องหักลำกล้อง เพื่อนำปลอกกระสุนนัดเก่าออกก่อน จึงจะบรรจุลูกใหม่ได้ ซึ่งในยามภาวะคับขัน ขั้นตอนอันเชื่องช้านี้ อาจไม่ทันการณ์

แม้จะมีข้อดีตรงที่ราคาถูก แต่ด้วยข้อด้อยดังว่า ทำให้ “อีโบ๊ะ” ยังไม่เป็น ปืนเถื่อนที่ได้รับความนิยมมากนัก กระทั่งต่อมาผู้ใหญ่ปราชญ์ ประสบความสำเร็จในการดัดแปลงผลิตปืนสั้นชนิด แมกกาซีน ซึ่งใช้กับซองบรรจุกระสุน (แมกกาซีน) สามารถบรรจุกระสุนได้คราวละหลายนัดและสามารถใช้ยิงได้ต่อเนื่อง มีทั้งกระสุนขนาดหน้าตัด 9 มม. และ 11 มม.

“ที่ชาวบ้านส่วนหนึ่งหัดทำปืนเถื่อนกันสมัยนั้น เป็นเพราะไม่มีอาชีพและรายได้ โดยมากใช้วิธีไปงุบงิบหาซื้อเหล็กมาจากร้านที่รู้กัน ในตลาด ตัวเมืองอุทัยฯ ใช้เหล็กเส้นมากลึงทำเป็นลำกล้อง ใช้เหล็กหนาหุนครึ่งทำโครงปืนกับกลไก วาดแบบโครงปืนขึ้นมาก่อน แล้วเลื่อยตะไบ ใช้สว่านมือเจาะเหล็กให้เป็นรูยึดนอต เวลาจะเลื่อยเหล็กที ต้องใช้ผ้ารอง ไม่ให้เสียงดัง กลางค่ำกลางคืนต้องใช้แสงจากตะเกียงเจ้าพายุ”

“เทียบกับสมัยก่อน มักมีจุดเริ่มมาจากพวกไม่มีงาน แต่อยากมีรายได้ จึงไปยึดอาชีพทำปืนเถื่อนกัน ผิดกับสมัยนี้มีเด็กและเยาวชนส่วนหนึ่งที่ไม่เรียนหนังสือและติดยา ผมเห็นแล้วอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือชุมชน ด้วยการดึงคนกลุ่มนี้ เข้ามาทำงานกับเรา นอกจากเขาจะได้มีวิชาติดตัว ยังมีรายได้สุจริต ไม่ต้องเป็นภาระแก่ครอบครัวและสังคม” ช่างหรั่งทิ้งท้าย

ปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ ส่วนใหญ่จะไม่มีทะเบียน(ปืนเถือน) เพราะไม่สามารถแจ้งแหล่งผลิตได้ แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่กระทรวงมหาดไทยเปิดให้ผู้ครอบครองอาวุธปืนเถื่อนมาขึ้นทะเบียนได้ (เรียกว่าเปิดป่า ปี 2543) จึงได้เห็นปืนไทยประดิษฐ์บางกระบอกมีทะเบียนเดิมทีมีแหล่งผลิตทั่วประเทศ เช่น ภาคกลางอุทัยธานี, แพร่ ภาคใต้ กระบี่, ชุมพร, สงขลา ปัจจุบันถูกทางการปราบปรามจนหมดสิ้น

คำเตือน : อาวุธปืนไม่มีทะเบียน(ปืนเถื่อน)เป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

error: Content is protected !!